ความรู้เรื่องยางอุตสาหกรรม

ทำความเข้าใจก่อนเลือกยางอุตสาหกรรม...

ยางอุตสาหกรรมไม่ได้มีเพียงชนิดเดียว แต่มีหลายประเภท หลายเกรด โดยแต่ละชนิดได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่น ทนน้ำมัน ทนสารเคมี ทนความร้อน ทนสภาพอากาศ หรือรองรับแรงกระแทก

ยางแต่ละชนิดไม่ได้มีสูตรการผสมเพียงสูตรเดียวแต่สามารถพัฒนาและปรับเปลี่ยนได้อีกหลายพันถึงหลายหมื่นสูตร ขึ้นอยู่กับชนิดของโพลิเมอร์ สารตัวเติม(Fillers) น้ำมัน สารเคมี และระบบวัลคาไนซ์(การคงรูป) ที่ผู้ผลิตเลือกใช้ แม้จะเป็นยางชนิดเดียวกัน เช่น NBR ก็ยังสามารถมีคุณสมบัติแตกแต่งกันได้ ไม่ว่าจะเป็นความแข็ง(Shore A) ความยืดหยุ่น ความต้านทานแรงดึง การทนการสึกหรอ การทนน้ำมัน การทนความร้อน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสูตรและเกรดของผู้ผลิต

ด้วยเหตุนี้ ยางแต่ละชนิดจึงมีหลายเกรด เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น NBR มีเกรดสำหรับทนน้ำมันเครื่อง น้ำมันไฮดรอลิก น้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน หรือแม้แต่น้ำมันหม้อแปลงไฟฟ้า ซึ่งแต่ละเกรดจะให้ประสิทธิภาพในการใช้งานไม่เหมือนกัน

ดังนั้น การเลือกยางอุตสาหกรรมจึงไม่ควรพิจารณาเพียงชื่อชนิดของยางเท่านั้น แต่ควรเลือกให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานจริง เพื่อให้ได้อายุการใช้งานที่ยาวนานและมีประสิทธิภาพสูงสุด

*หมายเหตุ ยางอุตสาหกรรมแต่ละโรงงานอาจใช้สูตรที่แตกต่างกัน แม้จะเป็นยางชนิดเดียวกัน จึงควรเลือกวัสดุให้เหมาะกับลักษณะการใช้งานจริง หากไม่แน่ใจควรปรึกษาผู้จำหน่ายก่อนเลือกใช้

ยางอุตสาหกรรม แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก

ยางอุตสาหกรรมแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ยางธรรมชาติ (Natural Rubber : NR) และยางสังเคราะ (Synthetic Rubber) โดยแต่ละประเภทมีโครงสร้างทางเคมี คุณสมบัติ และการใช้งานที่แตกต่างกัน

  1. ยางสังเคราะ (Synthetic Rubber)

  1. ยางธรรมชาติ(Natural Rubber : NR)

ยางสังเคราะห์เป็นยางที่ผลิตจากกระบวนการทางเคมี โดยพัฒนาขึ้นเพื่อให้คุณสมบัติเฉพาะด้าน เช่น ทนน้ำมัน ทนสารเคมี ทนความร้อนสูงหรือทนสภาพอากาศปัจจุบันมีหลายชนิด เช่น NBR, SBR, EPDM, Silicone, CR, FKM, IIR

คุณสมบัติเด่น

ยางธรรมชาติผลิตจากน้ำยางต้นยางพารา มีความยืดหยุ่นสูง รับแรงกระแทกและแรงดึงได้ดี เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความยืดหยุ่นและทนการสึกหรอ

รับแรงกระแทกได้ดี

ยืดหยุ่นสูง

ทนการสึกหรอ

ทนความร้อนได้ปานกลาง

คุณสมบัติเด่น

ทนสภาพอากาศ

ทนสารเคมี

ทนความร้อนสูง(บางชนิด)

ทนน้ำมัน

ยางสังเคราะห์แบ่งออกเป็นหลายชนิด

EPDM

SILICONE

IIR

HNBR

CR

NBR

SBR

FKM

ทนน้ำมัน

ทนสารเคมี ทนสภาพอากาศ

ทนสารเคมี ทนน้ำมัน

ทนน้ำมันที่มีความกัดกร่อนสูง

ยางทนสึก

ทนความร้อนสูง

ทนเคมีรุนแรง

งานทั่วไป

ความแข็งของวัสดุ(Shore Hardness)

ตารางด้านล่างเป็นการเปรียบเทียบระดับความแข็งของShore A ซึ่งเป็นมาตรฐานที่นิยมใช้กับยางอุตสาหกรรมมากที่สุด

ความแข็งของวัสดุนิยมวัดด้วยมาตรฐาน Shore Hardness ซึ่งแบ่งเป็นหลายประเภทตามลักษณะของวัสดุ ดังนี้

  • Shore A ใช้วัดยางอุตสาหกรรม

  • Shore D ใช้วัดพลาสติกแข็ง

  • Shore OO ใช้วัดวัสดุที่มีความนิ่มมาก เช่น โฟม ฟองน้ำ

หมายเหตุ : การเปรียบเทียบเป็นความรู้สึกโดยประมาน อาจแตกต่างกันตามชนิดสูตรยางและสภาพการใช้งานจริง